แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หุ้นการบ้าน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หุ้นการบ้าน แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

เล่นหุ้นห้ามลอกการบ้าน...แต่ศึกษาและประยุกต์ได้

     

    เล่นหุ้นห้ามลอกการบ้าน...แต่ศึกษาและประยุกต์ได้


     การลงทุนในตลาดหุ้นนั้น มีนักลงทุนจำนวนไม่น้อยที่ใช้วิธี “ลอกการบ้าน” หรือ “ลอกหุ้นเด็ด” จากแหล่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจากเพื่อนนักลงทุนด้วยกัน จากโบรกเกอร์ จากนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ จากผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเซียนหุ้นหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน จากสื่อต่างๆ ทั้งหนังสือพิมพ์ นิตยสาร วิทยุ โทรทัศน์ หรือเว็บไซต์ด้านการลงทุน และอื่นๆ
    แต่ในมุมมองของ “สุดยอดนักลงทุน” ระดับโลกหลายๆ ท่านนั้น ไม่แนะนำให้ลงทุนด้วยการ “ลอกการบ้าน” จากคนอื่น แต่ควรรู้จัก “คิดและวิเคราะห์ด้วยตัวเอง”    
    “วอร์เรน บัฟเฟตต์” กล่าวว่า “คุณจะต้องคิดด้วยตัวของคุณเอง ผมว่ามันเป็นเรื่องน่าประหลาดที่คนไอคิวสูงๆ กลับชอบเลียนแบบผู้อื่นโดยไม่รู้จักคิด”

    “แอนโทนี โบลตัน” ผู้จัดการกองทุนชื่อดังของอังกฤษ เขียนไว้ในหนังสือ “ลงทุนสวนกระแสอย่าง…แอนโทนี โบลตัน” (แปลโดย “พรชัย รัตนนนทชัยสุข”) ว่า “เราต้องคิดอย่างเป็นอิสระ คุณไม่ได้ถูกหรือผิด เพราะฝูงชนไม่เห็นด้วยกับคุณ”
    “เซอร์จอห์น เทมเพิลตัน” ก็ให้ความสำคัญกับการคิดและวิเคราะห์ด้วยตัวเองเช่นเดียวกัน จากกฎการลงทุนที่เขาบัญญัติขึ้นมาทั้งหมด 16 ข้อ หนึ่งในนั้นก็คือ “จงทำการบ้านให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน” ซึ่งเป็นกฎการลงทุนข้อที่ 8 ของเขา
    เช่นเดียวกับ “ปีเตอร์ ลินซ์” ที่แนะนำว่า “เมื่อตัดสินใจที่จะลงทุนด้วยตัวเอง คุณก็ควรพยายามพึ่งพาตนเอง โดยไม่ต้องสนใจข่าวลือหรือคำแนะนำจากโบรกเกอร์ รวมไปถึงรายชื่อ “หุ้นที่ไม่ควรพลาด” ตัวล่าสุดจากหนังสือพิมพ์เล่มโปรดของคุณ คุณควรวิเคราะห์ด้วยตัวเอง ไม่ต้องใส่ใจหุ้นที่คุณได้ยินว่าปีเตอร์ ลินซ์หรือเซียนหุ้นคนอื่นๆ กำลังเข้าซื้อ”

    “ปีเตอร์ ลินซ์” ยังอธิบายเหตุผลเพิ่มเติมด้วยว่า ทำไมจึงไม่ควร “ลอกการบ้าน” หรือ “ลอกหุ้น” ที่ตัวเขาหรือเซียนหุ้นคนอื่นๆ กำลังเข้าซื้อ
     ประการแรก เซียนหุ้นอาจจะผิดพลาดก็ได้ ตัวอย่างที่ชัดเจนล่าสุดก็คือ ถ้าคุณลอกการบ้าน “วอร์เรน บัฟเฟตต์” โดยการซื้อหุ้นเทสโก้ตามเขา คุณก็อาจประสบภาวะขาดทุนเช่นเดียวกับเขา
    ประการที่สอง แม้ว่าเขาอาจจะถูก คุณก็ไม่มีทางรู้ว่าเขาจะเปลี่ยนใจและขายหุ้นนั้นออกไปเมื่อไหร่ เพราะเวลาที่เขาขาย เขาคงไม่ออกมาประกาศให้ใครรู้
    ประการที่สาม คุณอาจมีข้อมูลที่ดีกว่าอยู่รอบๆ ตัวคุณ และคุณสามารถที่จะติดตามข้อมูลเหล่านั้นได้ดีไม่แพ้บรรดาเซียนหุ้น โดยเฉพาะหุ้นของสินค้าหรือบริการที่ใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันของคุณ หรือหุ้นที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมที่คุณทำงานอยู่ ซึ่งคุณอาจมีข้อมูลที่ลึกซึ้งกว่าที่เซียนหุ้นมีอยู่ก็ได้
    นั่นจึงเป็นเหตุผลที่บรรดา “สุดยอดนักลงทุน” ต่างแนะนำให้นักลงทุนรู้จักคิดและวิเคราะห์การลงทุนด้วยตัวเอง ซึ่งก็สอดคล้องกับคำสอนที่ “พระพุทธเจ้า” ได้กล่าวไว้เมื่อสองพันกว่าปีที่แล้วว่า “อัตตา หิ อัตตโน นาโถ – ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” นั่นเอง
    ดังนั้นหากคิดจะลอกก็จงลอกแบบ "มีสติ" และ "มีสมอง" ดูว่าหุ้นที่เค้าให้มานั้นกราฟเป็นอย่างไร ลองวิเคราะห์หาจุดเข้า จุดออกแล้วเทียบกับข้อมูลที่ได้มาว่าตรงกันหรือไม่ ฝึกบ่อยๆ ไม่แน่วันนึงคุณก็อาจเป็นเซียนหุ้นคนใหม่ก็ได้นะครับ
     ชอบใจบทความนี้ช่วยแชร์ หรือ Comment ทิ้งไว้เพื่อเป็นกำลังใจด้วยครับ ขอบคุณครับ

วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

วิธีทำการบ้านหุ้นอย่างง่ายๆ สไตล์เม่าน้อย...

วิธีทำการบ้านหุ้นอย่างง่ายๆ สไตล์เม่าน้อย...


เม่าน้อยใช้ efin เป็นหลัก ดังนั้นจึงขอ Reference การใช้งานจาก efin นะครับ

1.เข้าดู TOP GAINER ของแต่ละวัน  ( F5 ของ efin )


2.เลือกดูหุ้นที่เป็นขาขึ้นเท่านั้น !!! สำคัญมากๆๆ

3.ดูขาขึ้นโดยเลือกใช้เครื่องมือที่ตัวเองถนัด 
          เช่นใช้ EMA MACD STO หรืออะไรก็ได้ที่เราเข้าใจจริงๆ แต่อย่าเยอะเพราะยิ่งเยอะยิ่งมั่ว Simple is the best.

4.เริ่มลงมือสแกนหุ้นเลย โดยซื้อขายตามสัญณาญที่ตัวเองถนัด เน้นว่าตามที่ตัวเองเข้าใจ
          4.1ใช้สัญญาณ EMA  สองเส้นตัดกัน ส่วนใหญ่เม่าน้อยใช้ เส้น ema 13 กับ 34 เป็นสัญญาณซื้อครับผม มันอาจดูง่ายๆสั้นๆแต่มันก็มีประสิทธิภาพดีครับ


             4.2 macd ตัด signal
          4.3 Slow sto  %K ตัด %D
          **แล้วแต่ถนัดเลยครับ

5.ทำ money management …สำคัญมาก
          มันคือการแบ่งเงินที่จะใช้เทรด โดยเม่าน้อยจะซื้อหุ้นครั้งละไม่เกิน 4 ตัว เพราะมากกว่านี้ดูไม่ทันครับ
          สมมุติมีเงิน 100000 บาท ผมก็จะเลือกหุ้นมา 4 ตัว แบ่งเป็นตัวละเท่าๆกัน  จากนั้นก็แบ่งไปว่า ตัวนึงจะเทรดกี่บาท ซื้อกี่ตัว
          ส่วนตัวผมเทรด 3 ไม้ครับ
          ไม้แรก 30% ไม้สองถ้ามันขึ้นจริงก็ซื้ออีก 50%  ของจำนวนเงิน และถ้ามันยังไปต่อก็เก็บ 20% ที่เหลือ
          บางท่านถามว่าทำไมถึงแบ่งไม้เข้าซื้อ ?เพราะ ถ้าซื้อทีเดียวหมดผมว่ามันเสี่ยงเกินไปครับ อะไรก็เกิดขึ้นได้ในตลาดหุ้นกันความเสี่ยงไว้ดีกว่า  เล่นตามจำนวนที่เราดูแลไหว ไม่ใช่ไปซื้อ 10-20 ตัว ดูไม่ไหว ตาลายย

6.ข้อนี้สำคัญที่สุดเลย อย่าลืม ตั้งจุด stop loss  เด็ดขาด 
          เพราะมันจะเป็นการทำให้เราไม่หมดตัว เป็นการคุมความเสี่ยง พอราคาลงก็ปล่อยตามอารมณ์ อยากขายเมื่อไรก็ขายพังสิครับ วิธีเลือกจุด stop loss ก็เยอะครับ เช่น ยอมขาดทุนได้ 3% ถ้าหุ้นตัวนั้นลงมา 3% ก็ขาย หรือ จะstop loss ที่ จุด Low ก่อนหน้า หรือเมื่อหลุดแนวรับก็ได้

7.จดบันทึกว่า ซื้อตรงไหน กี่หุ้น stop loss ตรงไหน ขายทำกำไรตรงไหน

8.สุดท้ายจดบันทึกเมื่อจบ 
         เมื่อได้กำไรหุ้นไปถึงเป้า หรือ เมื่อหุ้นลงมาถึงจุด stop loss ก็บันทึกไป ถ้าผิดพลาดก็จะได้เอามาทบทวนไม่ให้เกิดขึ้นอีก

**ทั้งหมดนี้เป็นวิธีที่เม่าน้อยทำเป็นประจำนะครับ แชร์ไว้สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่ม หรือ คนที่อยากจะลองเปลี่ยนแผน

**วิธีนี้ไม่ใช่สูตรหรือกฎตายตัวนะครับ อาจจะต้องปรับเปลี่ยนตามสถานะการจริงอีกทีนึง แล้วแต่สถานการณ์ครับผม!!

          จบแล้วครับ การทำการบ้านหาหุ้นของเม่าน้อย ใครมี Comment ก็แสดงความคิดเห็นกันได้ด้านล่างนี้ครับ ขอบคุณครับ

เราอ่านแท่งเทียนไปทำไม?

ผมเชื่อเหลือเกินว่าเทรดเดอร์และนักลงทุนไม่ว่าจะเป็นหน้าเก่า หน้าใหม่คงต้องเคยเห็นเจ้ากราฟแท่งเทียนนี้ผ่านตากันมาแล้วแน่นอน แต่ทุกคนเคยทรา...