แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ EMA แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ EMA แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2562

เส้นค่าเฉลี่ย : moving average



เส้นค่าเฉลี่ย : moving average

เส้นค่้าเฉลี่ย คือ ค่าเฉลี่ยของราคาหุ้นในระยะเวลาที่กำหนด
ที่นิยมใช้กันคือ 5 10 25 50 75 200 หรือบางครั้งก็ใช้ตาม fibo คือ 8 13 34 55 89 233
โดยค่าเฉลี่ย 200 วันจะถือเป็นค่าเฉลี่ย 1 ปี

ค่าเฉลี่ยบอกอะไรได้บ้าง
ค่าเฉลี่ยสามารถใช้ในการบอกแนวโน้มได้เป็นอย่างดี โดยเราสามารถใช้ดูต้นทุน ของคนในตลาด ว่าโดยเฉลี่ยแล้วในกรอบเวลาที่เราสนใจนั้น คนที่ถือหุ้นตัวที่เราสนใจมีต้นทุนเท่าใด


รูปแบบของเส้นค่าเฉลี่ยmu่นิยมใช้กันคือ
  1. Simple Moving Average ( SMA )
  2. Exponential Moving Average ( EMA )
หากใครสนใจที่มีของการหาค่าเส้น SMA และ EMA สามารถหาได้จาก google ได้ครับ
ในการใช้งานเส้น EMA จะให้การตอบสนองที่ดีต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาในระยะสั้นๆ  ส่วนเส้น SMA จะใช้ได้ดีในการหาค่าเฉลี่ยระยะยาว

เส้นค่าเฉลี่ย ( Moving Average )
ค่าเฉลี่ยแต่ละเส้นสามารถบอกความหมายในตัวเองได้ดังนี้ ( ผมนิยมใช้ EMA ตาม fibo นะครับ )

EMA8 : Momentum ของราคา โดยหุ้นมักตอบสนองที่เส้นนี้จากผลของนักเก็งกำไรรายวัน ( daytrade )
EMA13 : Short Term Trend โดยหุ้นมักตอบสนองที่เส้นนี้จากผลของนักเก็งกำไรระยะสั้น
EMA34 : Pull back Support ใช้เป็นเส้นแนวรับระยะกลางหรือพวกเล่นรอบหากยืนบนเส้นนี้ได้ มักจะไปต่อได้ในระยะยาว
EMA90 : Uptrend Last Defend Line แนวรับสุดท้ายของการแสดงว่าเป็นขาขึ้น ซึ่งนักลงทุนระยะกลางและยาวจะใช้จุดนี้ตัดสินใจ โดยอาจพิจารณาว่าหุ้นตัวนี้ยังมีมูลค่าน่าเล่นอยู๋หรือไม่
SMA100 : Long Term Last Defend Line เส้นแนวรับสุดท้ายของนักลงทุนระยะยาว
SMA200 : Uptrend Last Stand Line : หากราคาหุ้นหลุดเส้นนี้ถือเป็นขาลงเต็มตัว

* สังเกตุว่าระยะ 100 วันขึ้นไปจะใช้ SMA เพราะตอบสนองราคาได้ดีกว่า EMA  
การเลือกใช้ Moving Average ของแต่ละคนจะต่างกัน แล้วแต่ลักษณะการเล่น นิสัย ความถนัด เช่น
EMA 10/50/150 หรือ 13/34/90

โดยส่วนตัวผมชอบใช้ 4 เส้นคือ
EMA 13 ใช้ดูแนวโน้มระยะสั้น
EMA 34 ใช้ดูความแข็งแรงของแนวโน้ม
EMA 90 ใช้ดู Trend
SMA 200 ราคาต่ำกว่าเส้นนี้ไม่เล่นครับ

วิธีการอ่านค่า Moving Average
หุ้นเป็นขาขึ้นเมื่อ : เส้น EMA34 อยู๋บนเส้น EMA90 โดยจุดเริ่มของการเปลี่ยน Trend จากขาลงเป็นขาขึ้นคือ Golden Cross ( EMA34 ตัดเส้น EMA90 ขึ้น และยืนราคาได้มั่นคง) และหากเส้น EMA เรียงกัน จาก 13 / 34 / 90 โดย EMA13 อยู๋บนสุด และราคาพักตัวไม่หลุด EMA 13 ถือเป็นขาขึ้นที่แข็งแกร่ง


หุ้นเป็นขาลงเมื่อ : เส้น EMA90 อยู่บนเส้น EMA34 โดยจุดเริ่มของการเปลี่ยน Trend จากขาขึ้นเป็นขาลงคือ Dead Cross ( EMA34 ตัดเส้น EMA90 ลงและไม่สามรถกลับมาได้)
หุ้นจะพักตัว หรือเปลี่ยนเป็นขาลงเมื่อ เส้น EMA 13 อยู๋ใต้ EMA 34  แต่เส้น EMA 34 ยังอยู๋เหนือ EMA 90 ซึ่งหุ้นอาจจะพักตัว เพื่อขึ้นหรือลงได้ทั้งสองทาง





วันอังคารที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ความสำคัญของเส้น EMA8 กับการพักตัวของหุ้น


"ความสำคัญของเส้น EMA8 กับการพักตัวของหุ้น"

          เคยมั้ยที่เห็นหุ้นวิ่งเขียวยั่วทั้งวันจนน้ำลายไหล แต่ก็ไม่กล้าซื้อจนเห็นหุ้นปิดแท่งเขียวยาวๆเต็มแท่ง จึงตัดสินใจซื้อ ATC และห่อกับบ้านฝันหวานพรุ่งนี้รวยสรุปพุ่งนี้แดง วันต่อมาก็แดง วันต่อๆมาอีกก็แดง จนทน ทน ทนๆๆไม่ไหว ขายออกไป สบายใจแล้วกรุคัทลอท^^ สรุปวันรุ่งขึ้นหุ้นลิ่ง O-o ... เคยเป็นกันมั้ย??  .ใครเคยเป็นยกมือขึ้น...
แต่ก็นะเวลาเราจะเห็นกราฟหุ้นวิ่ง อย่าง DIMET KOOL WIIK  บ้างครั้งเราอาจจะมาเห็นช้า 1-2 วัน บ้างทีอาจจะ 3-4-5 วันมาแล้ว ความโลภบังเกิด จะเข้ากัวติดดอย จะไม่เข้าก็เสียดาย เรามาใช้เทคนิคพื้นๆที่เป็นอีก1ข้อสังเกตในการเข้าดีกว่า

มาเริ่มกันดีกว่า

อันดับแรก มาดูความหมาย EMA กันก่อนนะ
EMA (Exponential Moving Average)
เป็น indicator อีกรูปแบบหนึ่งของการหาค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก โดยการให้ความสำคัญกับค่าตัวหนึ่งที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของราคา และถ่วงน้ำหนักให้ค่าสุดท้ายมีความสำคัญเพิ่มขึ้น ตามลำดับการให้ความสำคัณ ค่า1<2<4<8
ทำไมต้อง EMA 8 เพราะเราต้องการสังเกตความผิดปกติของเส้นค่าเฉลี่ยราคาที่ควรจะเป็นไปในช่วง 8 วันติดกันก่อนหน้า ที่ควรสัมพันธ์เกาะติดกันไปกับราคาเปิดวันถัดไป

เทคนิคเล็กน้อย การสังเกตเพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าซื้อแล้วติดหุ้นช่วงพักตัวรุนแรงของหุ้น

1.แท่งเทียนไม่ว่าจะแดงหรือเขียวควรมี แท่งเทียนแท่งต่อแท่ง เพราะจะทำให้ฐานราคาแข็งแรง
2.
จากข้อ1 แท่งเทียน ราคาเปิดแท่งเทียน ควรมีพฤติกรรมความวิ่งเกาะใกล้เส้น EMA8 ไม่ว่าแท่งเทียนจะเล็กจะสั้น จะเล็ก หรือ ยาว ใหญ่ (ห้ามคิดทะลึง อิอิอิ)
3.
ถ้าราคาเปิดแท่งเทียน เริ่มออกห่างจากเส้น EMA8 มีความสูงราคาเปิดจนถึงเส้น EMA8 มีความสูงมากกว่า 50% ของแท่งก่อนหน้า (เปิดโดด แต่เส้น EMA8 ไม่ตาม) ให้สังเกตและติดตามอย่างใกล้ชิดเพราะหุ้นมีโอกาสพักสูงในวันถัดไป และพักแรงตาม %ความสูงของช่องว่างราคาเปิดกับเส้น EMA ของแท่งก่อนหน้า

สรุป

1.ถ้ามีหุ้นอยู่ในมือ ให้ถือหุ้นไว้เรื่อยๆถ้าแท่งเทียนกับ EMA8 ยังเป็นไปตามข้อ 1-2 แต่ถ้า เกิดข้อ3 ให้ระวังเตรียมขายก่อนการพักตัว ควรใช้ อินดิเคเตอร์ต่างๆร่วมด้วยในการตัดสินใจ
2.ถ้ายังไม่มีหุ้นในมือ
2.1
เห็นหุ้นเมื่อเกิดตามข้อ1-2
ถ้าเพิ่งมาเห็นหุ้นกำลังวิ่งติดต่อกันหลายวัน แท่งเทียนควรเป็นตามกฎข้อ1-2 เราสามารถเข้าซื้อได้แนะนำซื้อราคาปิดเพราะเราต้องการความแม่นยำของแท่งเทียนมากที่สุดและควรใช้อินดิเคเตอร์ต่างๆร่วมด้วยในการตัดสินใจ
2.2
เห็นหุ้นเมื่อเกิดทั้ง 3ข้อแล้ว
ควรรอให้มีการพักตัวจนแท่งเทียนนิ่ง ยิ่งไม่หลุด EMA8 ไปรับใกล้เส้น ถ้าหลุดเส้นควรรอจนกว่ามีแท่งเทียนที่ปิดยืนเหนือเส้นจึงเข้าซื้อและควรใช้อินดิเคเตอร์ต่างๆร่วมด้วยในการตัดสินใจ


วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

วิธีทำการบ้านหุ้นอย่างง่ายๆ สไตล์เม่าน้อย...

วิธีทำการบ้านหุ้นอย่างง่ายๆ สไตล์เม่าน้อย...


เม่าน้อยใช้ efin เป็นหลัก ดังนั้นจึงขอ Reference การใช้งานจาก efin นะครับ

1.เข้าดู TOP GAINER ของแต่ละวัน  ( F5 ของ efin )


2.เลือกดูหุ้นที่เป็นขาขึ้นเท่านั้น !!! สำคัญมากๆๆ

3.ดูขาขึ้นโดยเลือกใช้เครื่องมือที่ตัวเองถนัด 
          เช่นใช้ EMA MACD STO หรืออะไรก็ได้ที่เราเข้าใจจริงๆ แต่อย่าเยอะเพราะยิ่งเยอะยิ่งมั่ว Simple is the best.

4.เริ่มลงมือสแกนหุ้นเลย โดยซื้อขายตามสัญณาญที่ตัวเองถนัด เน้นว่าตามที่ตัวเองเข้าใจ
          4.1ใช้สัญญาณ EMA  สองเส้นตัดกัน ส่วนใหญ่เม่าน้อยใช้ เส้น ema 13 กับ 34 เป็นสัญญาณซื้อครับผม มันอาจดูง่ายๆสั้นๆแต่มันก็มีประสิทธิภาพดีครับ


             4.2 macd ตัด signal
          4.3 Slow sto  %K ตัด %D
          **แล้วแต่ถนัดเลยครับ

5.ทำ money management …สำคัญมาก
          มันคือการแบ่งเงินที่จะใช้เทรด โดยเม่าน้อยจะซื้อหุ้นครั้งละไม่เกิน 4 ตัว เพราะมากกว่านี้ดูไม่ทันครับ
          สมมุติมีเงิน 100000 บาท ผมก็จะเลือกหุ้นมา 4 ตัว แบ่งเป็นตัวละเท่าๆกัน  จากนั้นก็แบ่งไปว่า ตัวนึงจะเทรดกี่บาท ซื้อกี่ตัว
          ส่วนตัวผมเทรด 3 ไม้ครับ
          ไม้แรก 30% ไม้สองถ้ามันขึ้นจริงก็ซื้ออีก 50%  ของจำนวนเงิน และถ้ามันยังไปต่อก็เก็บ 20% ที่เหลือ
          บางท่านถามว่าทำไมถึงแบ่งไม้เข้าซื้อ ?เพราะ ถ้าซื้อทีเดียวหมดผมว่ามันเสี่ยงเกินไปครับ อะไรก็เกิดขึ้นได้ในตลาดหุ้นกันความเสี่ยงไว้ดีกว่า  เล่นตามจำนวนที่เราดูแลไหว ไม่ใช่ไปซื้อ 10-20 ตัว ดูไม่ไหว ตาลายย

6.ข้อนี้สำคัญที่สุดเลย อย่าลืม ตั้งจุด stop loss  เด็ดขาด 
          เพราะมันจะเป็นการทำให้เราไม่หมดตัว เป็นการคุมความเสี่ยง พอราคาลงก็ปล่อยตามอารมณ์ อยากขายเมื่อไรก็ขายพังสิครับ วิธีเลือกจุด stop loss ก็เยอะครับ เช่น ยอมขาดทุนได้ 3% ถ้าหุ้นตัวนั้นลงมา 3% ก็ขาย หรือ จะstop loss ที่ จุด Low ก่อนหน้า หรือเมื่อหลุดแนวรับก็ได้

7.จดบันทึกว่า ซื้อตรงไหน กี่หุ้น stop loss ตรงไหน ขายทำกำไรตรงไหน

8.สุดท้ายจดบันทึกเมื่อจบ 
         เมื่อได้กำไรหุ้นไปถึงเป้า หรือ เมื่อหุ้นลงมาถึงจุด stop loss ก็บันทึกไป ถ้าผิดพลาดก็จะได้เอามาทบทวนไม่ให้เกิดขึ้นอีก

**ทั้งหมดนี้เป็นวิธีที่เม่าน้อยทำเป็นประจำนะครับ แชร์ไว้สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่ม หรือ คนที่อยากจะลองเปลี่ยนแผน

**วิธีนี้ไม่ใช่สูตรหรือกฎตายตัวนะครับ อาจจะต้องปรับเปลี่ยนตามสถานะการจริงอีกทีนึง แล้วแต่สถานการณ์ครับผม!!

          จบแล้วครับ การทำการบ้านหาหุ้นของเม่าน้อย ใครมี Comment ก็แสดงความคิดเห็นกันได้ด้านล่างนี้ครับ ขอบคุณครับ

วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

EMA (Exponential Moving Average) เส้นค่าเฉลี่ยการเคลื่อนที่

EMA (Exponential Moving Average) เส้นค่าเฉลี่ยการเคลื่อนที่

          Moving Average เป็นเครื่องมือทางเทคนิคที่ใช้กันแพร่หลายวิธีหนึ่ง เนื่องจากใช้ได้ง่ายและสามารถนำไปใช้ประกอบกับเครื่องมือทางเทคนิคต่าง ๆ โดยประเภทของเส้นค่าเฉลี่ย Moving Average  โดยค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ที่นักลงทุนส่วนใหญ่นิยมใช้มีด้วยกัน 2 แบบคือ Simple Moving Average (SMA) และ Exponential Moving Average (EMA)ซึ่ง ผู้ลงทุนอาจจะใช้ราคา เปิด หรือ ราคาปิด ราคาสูงสุด ราคาต่ำสุด หรือ ราคาเฉลี่ย มาเป็นตัวกำหนด สำหรับ การหาค่าเฉลี่ยก็ได้ ซึ่ง ส่วนใหญ่ที่ เราใช้อยู่ทั่วไป จะนำราคาปิดของหุ้นในแต่แท่งเทียน มาเป็นข้อมูลสำหรับการคำนวณค่าเฉลี่ย

Simple Moving Average (SMA)
Simple Moving Average (SMA) การหาเส้นค่าเฉลี่ยแบบธรรมดา มาจากการหาค่าเฉลี่ยราคาหุ้น ในช่วงเวลาที่กำหนด เป็น N วัน
SMA คำนวณมาจาก
SMAt = 1/N(Pt .......... Pt-N 1)
โดย P = ราคา
       T = วัน t
       N = จำนวนวันในค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่


Exponential Moving Average (EMA )
     การหาเส้นค่าเฉลี่ย แบบ Exponential Moving Average (EMA ) เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการหาค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก โดยการให้ความสำคัญกับค่าตัวหนึ่งที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของราคา และถ่วงน้ำหนักให้ค่าสุดท้ายมีความสำคัญเพิ่มขึ้น
   
  ซึ่งวิธีนี้เป็นการพยายามแก้ไขข้อเสียที่เกิด ขึ้นจากวิธี SMA กล่าวคือ EMA นั้น จะถ่วงน้ำหนักโดยให้ความสำคัญกับวันสุดท้ายมากที่สุด และจะเอาค่าทุก ๆ ค่ามาหาค่าเฉลี่ย โดยจะไม่ทิ้งข้อมูลเก่าที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้ค่าทุกค่าสะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของราคา
หลักการคำนวณ คือ
  
  ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อื่น ๆ ให้ความสำคัญต่อคาบเวลา แต่ EMA จะให้ความสำคัญกับค่าตัวหนึ่งที่เรียกว่า SMOOTHING FACTOR (SF) หรือ SMOOTHING CONSTANT  โดยที่ SF = 2/(n 1) ซึ่งวิธีการสร้าง EMA มีสูตรการคำนวณคือ
 EMA   =   EMAt-1 SF(Pt - EMAt-1)
 ซึ่งเมื่อ EMAt  คือ  ค่าของ Exponential Moving Average ณ เวลาปัจจุบัน
 EMAt-1   คือ  ค่าของ Exponential Moving Average เป็นคาบเวลาก่อนหน้า
 SF  คือ  ค่าของ Smoothing Factor = 2/(n 1)
 Pt  คือ  ราคาปัจจุบัน
 n คือ  จำนวนวัน

โดยเส้นค่าเฉลี่ยที่นิยมใช้กันทั่วไปมีดังนี้
EMA5  คือ  5   วัน   (1 สัปดาห์)  ใช้สำหรับการลงทุนระยะสั้น
EMA10  คือ  10   วัน  (2 สัปดาห์)   ใช้สำหรับการลงทุนระยะสั้น
EMA25  คือ  25   วัน  (ประมาณ1 เดือน) ใช้สำหรับการลงทุนระยะค่อนข้างปานกลาง
EMA75  คือ  75   วัน  (ประมาณ1 ไตรมาส) ใช้สำหรับการลงทุนระยะกลาง
EMA200  คือ  200 วัน  (ประมาณ 1 ปี)  ใช้สำหรับการลงทุนระยะยาว






จากภาพ จะเห็นว่า EMA 5 วัน (เส้นสีฟ้า) มีความว่องไวในต่อการเปลี่ยนแปลงของราคามากกว่า SMA 5 วัน (เส้นสีเหลือง) โดยสังเกตจาก ความชันของ EMA ที่เปลี่ยนแปลงเร็วกว่าของ SMA

การใช้งาน : โดยปรับให้ราคาเรียบ (Smooth) และ ใช้บอกแนวโน้ม (Trend) ของตลาดในอดีตที่เกิดขึ้น แต่ไม่สามารถใช้คาดการณ์ทิศทางของราคาหุ้นได้เพราะ ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่นั้นต้องใช้ข้อมูลในอดีตในการสร้างนั่นเอง รวมถึงสามารถใช้บอกแนวรับ – แนวต้านของหุ้นและจุดซื้อ-ขายเบื้องต้นได้อีกด้วย

ความว่องไวของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่
      หากค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ถ้ายิ่งใช้จำนวนวันที่มากขึ้น จะส่งผลทำให้การเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มนั้นช้าลงไปด้วย เช่น ความว่องไว EMA (5) > EMA (20) > EMA (50) เป็นต้น



ตัวอย่างในภาพ SET index
           การใช้เส้นค่าเฉลี่ย EMA 5, 20, 50 วัน เส้นสีเขียว, สีเหลือง, สีแดง ตามลำดับ จะเห็นได้ชัดว่า เมื่อดัชนีเคลื่อนไหว เส้นสีเขียว จะเกิดการเปลี่ยนแปลง ก่อน สีเหลือง โดย สีแดง นั้นจะเปลี่ยนแปลงช้าที่สุด
เป็นเช่นเพราะ ยิ่ง EMA มีจำนวนวัน (ข้อมูล) ที่ต้องใช้คำนวณมากเท่าใด ค่าเฉลี่ยที่ได้จะมีการเปลี่ยนแปลงได้ช้ากว่า
เส้นค่าเฉลี่ยเร็ว
ข้อดี :  เส้น EMA ที่ใช้จำนวนวันน้อยนั้นก็คือ เห็นการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มได้รวดเร็ว
ข้อเสีย : หากช่วงนั้นตลาดผันผวนขึ้นๆ ลงๆ ความเร็วของค่าเฉลี่ยนี้จะเป็นข้อเสียคือทำให้เราหาจังหวะเข้าที่ผิดพลาด (เนื่องจากมันเปลี่ยนเร็วไป การขึ้นๆ ลงๆ ของตลาดนั้น บางทีจะเรียกว่า ตัวรบกวน หรือ Noise

เส้นค่าเฉลี่ยช้า
ข้อดี :  เส้น EMA ที่ช้านั้นจะช่วยลด Noise ที่เกิดขึ้นทำให้ความผิดพลาดลดน้อยลง เพราะ เส้นที่ได้นั้นใช้ข้อมูลในการคำนวณมากกว่า ทำให้กำจัดความผันผวนออกไปได้
ข้อเสีย : เนื่องจากโดยปกติ ค่าเฉลี่ยนั้นจะมีความล่าช้าอยู่แล้วในตัว เพราะต้องใช้ข้อมูลในอดีตมาคำนวณ หาก EMA นั้นยังช้าด้วยแล้วหากนำมาใช้ในการหาจุดซื้อ-ขายนั้นจะทำให้เสียโอกาสในการทำกำไรได้
        โดยทั่วไป ระยะเวลาที่นิยมใช้ จริงๆแล้วขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของนักลงทุนแต่ละคนมากกว่าว่าตนนั้น เทรดสั้น หรือ เทรดยาว แต่ถ้าจะให้แบ่งว่าขนาดไหน เรียกว่า ระยะยาว ขนาดไหนเรียกว่า ระยะสั้น เราสามารถแบ่งเป็น ระยะสั้น 5-20 วัน ระยะกลางจะเป็น 50 – 70 วัน และสุดท้าย ระยะยาว 100 – 200 วัน


วันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2560

หุ้นขาขึ้นกับ EMA30

สวัสดีครับ เพื่อนๆนักลงทุน

หลายครั้งที่เพื่อนๆ คงเคยได้ยิน หรือได้อ่านมาว่าเราควรจะซื้อหุ้นในช่วงที่เป็นขาขึ้น เพราะมันจะทำให้เรามีโอกาสได้กไรมากกว่าขาดทุน
            คราวนี้ก็มีอีกหลายสำนักบอกมาว่าการดูว่าหุ้นเป็นขาขึ้นต้องดูที่ indy ต่างๆ เช่น RSI ADX  หรือตี trend line หรืออื่นๆ บางทีก็ดูงงๆ ใช้กันไม่ค่อยถูก
            วันนี้เม่าน้อยขอนำเสนอวิธีการหาหุ้นขาขึ้นของเม่าน้อยครับ  หลักการง่ายๆครับ ลองมาดูไปพร้อมๆกัน

มาดูที่ MALEE ครับช่วง 2558 -2559

เปิดกราฟเปล่าๆมามีแค่นี้  ดูแล้วเห็นไรมั้ยครับ อาจจะเห็นแต่ไม่ชัด  เราลองใส่เส้น EMA30 ( week ) ลงไป
ตามภาพด้านล่าง




ใส่เส้น EMA30 ( week ) ลงไป  เห็นไรมากขึ้นมั้ยครับ ราคามักจะพัวพันเส้น EMA30 อยู่

คราวนี้ดูต่อไป

จุดในวงกลมจะพบว่าราคาเป็นแท่งเขียวทะลุผ่าน EMA30 ไป และตามด้วยแท่งเขียวอีก 1 แท่งในวันที่ 25/01/2559

หลังจากนั้นราคาก็ไปเรื่อยๆ พร้อม Vol เพิ่มจากเดิมอย่างมีนัยสำคัญ


ตัดมาให้ดูพร้อมข้อสรุปครับ
1.        หุ้นจะเป็น Uptrend ดูง่ายๆก็ใช้เส้น EMA30 ( week ) มาช่วย ถ้าอยู่เหนือเส้นก็คือขาขึ้น
2.        ซื้อเมื่อราคาอยู่สูงกว่าเส้น EMA30 พร้อมแท่งเขียว
3.        ขายเมื่อราคาตัดลง  เอาง่ายแค่นี้ครับ
สรุปการซื้อขาย
ซื้อ ATC วันที่ 25/1/59 ราคา 16 บาท

             ขาย ATC วันที่ 6/3/60 ราคา  44 บาท  ถือหุ้น 14 เดือน กำไรเกือบ 200%...สบายใจ

เราอ่านแท่งเทียนไปทำไม?

ผมเชื่อเหลือเกินว่าเทรดเดอร์และนักลงทุนไม่ว่าจะเป็นหน้าเก่า หน้าใหม่คงต้องเคยเห็นเจ้ากราฟแท่งเทียนนี้ผ่านตากันมาแล้วแน่นอน แต่ทุกคนเคยทรา...